เงินเฟ้ออีก 30 ปีข้างหน้าจะกระทบกับเงินออมของเรายังไง? คู่มือปรับพอร์ตรับมือเงินเฟ้อ อัพเดต 2569

ก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 บาทในวันนี้ อีก 30 ปีอาจราคาเกิน 120 บาท ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ยอยู่ที่ 3% ต่อปี เงินเฟ้อไม่ได้ทำให้ตัวเลขในบัญชีลดลง แต่ทำให้เงินก้อนเดิมซื้อของได้น้อยลงทุกปี บทความนี้ใช้โมเดลจำลองให้เห็นตัวเลขชัดๆ ว่าเงินออมของคุณจะเป็นอย่างไรในอีก 10 20 และ 30 ปี พร้อมวิธีปรับพอร์ตให้เงินโตทันค่าครองชีพ

Table of Contents

คำตอบสั้น: ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ย 2% ต่อปีซึ่งอยู่กลางกรอบเป้าหมาย 1% ถึง 3% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เงิน 1,000,000 บาทในวันนี้จะมีอำนาจซื้อเหลือประมาณ 552,000 บาทในอีก 30 ปี และถ้าเงินเฟ้อ 3% จะเหลือประมาณ 412,000 บาท เงินฝากออมทรัพย์ที่ได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อจะทำให้เงินออมมีค่าลดลงจริง วิธีรับมือคือกระจายเงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ใน 5 ปีไปสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินเฟ้อในระยะยาว เช่น หุ้นและกองทุนหุ้นทั่วโลก ควบคู่กับเงินสำรองที่ปลอดภัย

เงินเฟ้อไทยตอนนี้อยู่ที่เท่าไหร่

ก่อนจะมองไป 30 ปีข้างหน้า ควรรู้จุดเริ่มต้นก่อน เงินเฟ้อไทยปี 2569 เปลี่ยนทิศทางได้เร็วมาก จากติดลบต้นปี กลายเป็นเร่งตัวในไตรมาสที่ 3

ตัวชี้วัด

ค่า

เงินเฟ้อทั่วไป ม.ค. 2569

ติดลบ 0.66%

เงินเฟ้อทั่วไป ก.ย. 2569

2.82%

เงินเฟ้อพื้นฐาน ก.ย. 2569

1.5%

เฉลี่ย 9 เดือนแรก 2569

1.54%

กรอบคาดการณ์ทั้งปี 2569

1.8% ถึง 2.2%

เป้าหมายนโยบายการเงิน

1% ถึง 3%

ทำไมเงินเฟ้อปี 2569 เปลี่ยนเร็ว

  • ตามที่ฐานเศรษฐกิจรายงานเมื่อ 6 ต.ค. 2569 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางเป็นสาเหตุหลัก คิดเป็นสัดส่วนเกิน 60% ของการเพิ่มขึ้น
  • อาหารสด เช่น ไข่ไก่ เนื้อไก่ ผัก และอาหารสำเร็จรูป ก็ปรับตัวสูงขึ้นด้วย
  • ตัวเลขรายเดือนขึ้นลงได้มาก การวางแผนระยะยาวจึงควรใช้ค่าเฉลี่ยหลายปี ไม่ใช่ตัวเลขเดือนเดียว

ควรใช้เงินเฟ้อกี่เปอร์เซ็นต์ในการวางแผน 30 ปี

  • กรอบเป้าหมายของ ธปท. คือ 1% ถึง 3% ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ใช้ต่อในปี 2569 เมื่อ 30 ธ.ค. 2568
  • TheGlobalEconomy รวบรวมข้อมูลตั้งแต่ปี 2509 ถึง 2567 พบว่าเงินเฟ้อไทยเฉลี่ยระยะยาวอยู่ที่ 4.19% ต่อปี เพราะรวมช่วงเงินเฟ้อสูงในอดีตไว้ด้วย
  • สำหรับการวางแผนส่วนตัว การใช้ 3% เป็นตัวเลขหลักและทดสอบที่ 4% เป็นกรณีเลวร้าย ช่วยให้แผนไม่ต่ำเกินจริง
  • ค่าใช้จ่ายบางหมวด เช่น ค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียน มักเพิ่มเร็วกว่าเงินเฟ้อทั่วไป ควรตั้งตัวเลขเผื่อสูงกว่า

วิธีคำนวณเงินเฟ้อระยะยาว

เงินเฟ้อทำงานแบบดอกเบี้ยทบต้น ราคาที่ขึ้นไปแล้วปีนี้จะเป็นฐานให้ปีหน้าขึ้นต่อ สูตรที่ใช้บ่อยมี 4 ตัว

สูตรที่ 1 ราคาสินค้าในอนาคต

  • ราคาในอนาคต = ราคาวันนี้ × (1 + อัตราเงินเฟ้อ)^จำนวนปี
  • ตัวอย่าง ก๋วยเตี๋ยว 50 บาท เงินเฟ้อ 3% เป็นเวลา 30 ปี เท่ากับ 50 × 1.03^30 ประมาณ 121 บาท

สูตรที่ 2 อำนาจซื้อที่เหลือของเงินออม

  • มูลค่าที่แท้จริง = เงินที่มี ÷ (1 + อัตราเงินเฟ้อ)^จำนวนปี
  • ตัวอย่าง เงิน 1,000,000 บาท เงินเฟ้อ 3% เป็นเวลา 30 ปี เท่ากับ 1,000,000 ÷ 1.03^30 ประมาณ 411,987 บาท

สูตรที่ 3 กฎ 72

  • จำนวนปีที่ค่าเงินลดลงครึ่งหนึ่ง ประมาณ 72 ÷ อัตราเงินเฟ้อ
  • เงินเฟ้อ 2% ค่าเงินลดครึ่งในประมาณ 36 ปี เงินเฟ้อ 3% ประมาณ 24 ปี และเงินเฟ้อ 4% ประมาณ 18 ปี
  • กฎนี้ใช้กับผลตอบแทนการลงทุนได้ด้วย เช่น ผลตอบแทน 6% เงินจะเพิ่มเป็น 2 เท่าในประมาณ 12 ปี

สูตรที่ 4 ผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Return)

  • ผลตอบแทนที่แท้จริง = (1 + ผลตอบแทนที่ได้) ÷ (1 + อัตราเงินเฟ้อ) ลบ 1
  • คำนวณคร่าวๆ ได้จาก ผลตอบแทนที่ได้ ลบ อัตราเงินเฟ้อ เช่น ดอกเบี้ย 1.5% เงินเฟ้อ 2% เท่ากับขาดทุนจริงประมาณ 0.5% ต่อปี

คำนวณเองใน Excel หรือ Google Sheets

  • ใส่เงินออมในช่อง A1 อัตราเงินเฟ้อในช่อง B1 (เช่น 0.03) และจำนวนปีในช่อง C1
  • อำนาจซื้อที่เหลือ พิมพ์ =A1/(1+B1)^C1
  • เงินที่ต้องมีในอนาคตเพื่อซื้อของได้เท่าเดิม พิมพ์ =A1*(1+B1)^C1

เงินเฟ้อทบต้น ค่าเงินลดลงเท่าไหร่ โมเดลจำลอง 30 ปี

ตัวเลขทั้งหมดในส่วนนี้คำนวณจากสูตรด้านบน โดยสมมติว่าเงินเฟ้อคงที่ทุกปี ในชีวิตจริงเงินเฟ้อขึ้นลงทุกปี แต่ค่าเฉลี่ยระยะยาวให้ภาพที่ใกล้เคียง

เงิน 1,000,000 บาทที่เก็บไว้เฉยๆ จะเหลืออำนาจซื้อเท่าไหร่

เงินเฟ้อต่อปี

อีก 10 ปี

อีก 20 ปี

อีก 30 ปี

1%

905,287

819,544

741,923

2%

820,348

672,971

552,071

3%

744,094

553,676

411,987

4%

675,564

456,387

308,319

5%

613,913

376,889

231,377

ที่เงินเฟ้อ 3% เงินล้านบาทหายอำนาจซื้อไปเกินครึ่งใน 30 ปี แม้ตัวเลขในบัญชีจะยังเท่าเดิม

ค่าใช้จ่ายที่ต้องมีในอีก 30 ปี

เงินเฟ้อต่อปี

ก๋วยเตี๋ยว 50 บาท

ค่าใช้จ่ายเดือนละ 30,000 บาท

1%

67 บาท

40,435 บาท

2%

91 บาท

54,341 บาท

3%

121 บาท

72,818 บาท

4%

162 บาท

97,302 บาท

5%

216 บาท

129,658 บาท

ตัวเลขนี้บอกอะไรกับคนที่กำลังวางแผนเกษียณ

  • คนอายุ 30 ปีที่ใช้ชีวิตเดือนละ 30,000 บาท เมื่อเกษียณที่อายุ 60 ปีอาจต้องใช้เดือนละประมาณ 72,800 บาทเพื่อใช้ชีวิตแบบเดิม ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ย 3%
  • เป้าหมายเงินเกษียณที่ตั้งจากค่าใช้จ่ายวันนี้โดยไม่ปรับเงินเฟ้อ จะต่ำกว่าความจริงมาก
  • เงินเฟ้อยังทำงานต่อหลังเกษียณ เงินที่เตรียมไว้จึงต้องมีส่วนหนึ่งที่ยังลงทุนต่อ

 

ผลกระทบเงินเฟ้อต่อเงินออมแต่ละแบบ

สิ่งที่ต้องดูไม่ใช่ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนที่เห็น แต่เป็นผลตอบแทนหลังหักเงินเฟ้อ ตารางนี้สมมติเงินเฟ้อ 2% ต่อปี และเงินต้น 1,000,000 บาท ทิ้งไว้ 30 ปี

รูปแบบเงินออม

ผลตอบแทนสมมติ

ผลตอบแทนที่แท้จริง

อำนาจซื้อหลัง 30 ปี

ออมทรัพย์ทั่วไป

0.5%

ติดลบ 1.47%

641,175 บาท

ฝากประจำ

1.5%

ติดลบ 0.49%

862,931 บาท

พันธบัตรออมทรัพย์ 10 ปี

2.8%

0.78%

1,264,120 บาท

พอร์ตผสมหุ้นและตราสารหนี้

5%

2.94%

2,386,019 บาท

กองทุนหุ้นทั่วโลก

7%

4.9%

4,202,504 บาท

ดอกเบี้ยพันธบัตร 2.8% มาจากพันธบัตรรัฐบาลออมพลัสรุ่น 10 ปีที่เปิดขายเดือนตุลาคม 2569 ส่วนตัวเลขอื่นเป็นสมมติฐานเพื่อเปรียบเทียบ ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกัน และยังไม่ได้หักภาษีและค่าธรรมเนียม

เงินฝาก ปลอดภัยแต่ค่าเงินลด

  • เงินต้นไม่หาย แต่ถ้าดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ อำนาจซื้อจะลดลงทุกปี
  • เหมาะกับเงินสำรองฉุกเฉินและเงินที่จะใช้ใน 1 ถึง 2 ปี ไม่เหมาะกับเงินเกษียณระยะยาวทั้งก้อน

พันธบัตรและตราสารหนี้ ชนะเงินเฟ้อเพียงเล็กน้อย

  • ดอกเบี้ยคงที่ช่วยให้วางแผนได้แน่นอน แต่ถ้าเงินเฟ้อสูงเกิน 2.8% ผลตอบแทนที่แท้จริงจะติดลบ
  • ถ้าหักภาษีดอกเบี้ย 15% ดอกเบี้ยสุทธิจะเหลือราว 2.38% ซึ่งใกล้เคียงกับเงินเฟ้อมาก

หุ้นและกองทุนหุ้น เครื่องมือหลักในระยะยาว

  • บริษัทที่ดีสามารถขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุน กำไรและปันผลจึงมีโอกาสเติบโตตามเงินเฟ้อ
  • แต่ระยะสั้นผันผวนมาก บางปีอาจติดลบหลายสิบเปอร์เซ็นต์ จึงเหมาะกับเงินที่ไม่ต้องใช้ใน 5 ถึง 10 ปี

ทองคำและอสังหาริมทรัพย์

  • ทองคำมักถูกมองเป็นที่พักเงินช่วงเงินเฟ้อสูง แต่ไม่มีกระแสเงินสด และราคาผันผวนได้มากในระยะสั้น
  • อสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Investment Trust หรือ REIT) ปรับค่าเช่าตามเงินเฟ้อได้บางส่วน แต่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ยที่มักขึ้นตามเงินเฟ้อ

จัดพอร์ตชนะเงินเฟ้อทำอย่างไร

การชนะเงินเฟ้อไม่ได้แปลว่าต้องเอาเงินทั้งหมดไปลงหุ้น แต่หมายถึงการแบ่งเงินตามเวลาที่จะใช้ แล้วให้เงินระยะยาวอยู่ในสินทรัพย์ที่เติบโตได้เร็วกว่าค่าครองชีพ

ขั้นตอนที่ 1 แบ่งเงินตามเวลาที่จะใช้

  • เงินใช้ภายใน 1 ปีและเงินสำรองฉุกเฉิน: เงินฝากหรือกองทุนตลาดเงิน ยอมให้เงินเฟ้อกินบ้างเพื่อความคล่องตัว
  • เงินใช้ใน 1 ถึง 5 ปี: พันธบัตร ตราสารหนี้ หรือกองทุนตราสารหนี้ที่ครบกำหนดตรงกับเป้าหมาย
  • เงินที่ไม่ใช้เกิน 5 ปี: หุ้นและกองทุนหุ้นที่กระจายหลายประเทศ เพราะมีเวลาพอให้ผ่านช่วงตลาดตก

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งสัดส่วนตามช่วงอายุ

ช่วงอายุ

หุ้นและกองทุนหุ้น

ตราสารหนี้

เงินสดและอื่นๆ

25 ถึง 35 ปี

70% ถึง 80%

10% ถึง 20%

10%

36 ถึง 50 ปี

55% ถึง 65%

25% ถึง 35%

10%

51 ถึง 60 ปี

35% ถึง 45%

40% ถึง 50%

10% ถึง 15%

หลังเกษียณ

25% ถึง 35%

45% ถึง 55%

15% ถึง 20%

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง คนที่มีเงินบำนาญหรือรายได้แน่นอนหลังเกษียณอาจถือหุ้นได้มากกว่านี้

ขั้นตอนที่ 3 ลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน (Dollar Cost Averaging หรือ DCA)

ตัวอย่างเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 30 ปี รวมเงินต้น 1,800,000 บาท แล้วคิดอำนาจซื้อที่เงินเฟ้อ 3%

ผลตอบแทนต่อปี

เงินที่มีหลัง 30 ปี

อำนาจซื้อเทียบเงินวันนี้

1.5%

2,271,486 บาท

935,822 บาท

5%

4,161,293 บาท

1,714,398 บาท

7%

6,099,855 บาท

2,513,059 บาท

ที่ผลตอบแทน 1.5% เงินที่เก็บมา 30 ปีมีอำนาจซื้อน้อยกว่าเงินต้นที่ใส่ไปจริง นี่คือหลักฐานที่ชัดที่สุดว่าเงินเฟ้อกินเงินออมอย่างไร

ขั้นตอนที่ 4 กระจายออกจากเศรษฐกิจไทย

  • ค่าใช้จ่ายหลายอย่างผูกกับราคาตลาดโลก เช่น น้ำมัน สินค้านำเข้า และเทคโนโลยี
  • การถือกองทุนหุ้นต่างประเทศบางส่วนช่วยป้องกันกรณีเงินบาทอ่อนค่าและตลาดหุ้นไทยซบเซานาน
  • ต้องเข้าใจความเสี่ยงค่าเงินและสัดส่วนให้พอดี

ขั้นตอนที่ 5 เพิ่มเงินออมตามเงินเดือนที่ขึ้น

  • ทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น ให้เพิ่มยอดออมอย่างน้อยตามอัตราเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้เงินออมมีค่าจริงลดลงทุกปี
  • ปรับสัดส่วนพอร์ต (Rebalance) ปีละครั้ง และค่อยๆ ลดสัดส่วนหุ้นเมื่อใกล้เกษียณ

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เงินเฟ้อต่ำหรือติดลบดีกับเงินออมไหม

ในระยะสั้นเงินออมซื้อของได้มากขึ้น แต่เงินเฟ้อติดลบนานมักสะท้อนเศรษฐกิจที่ซบเซา ดอกเบี้ยต่ำ และรายได้เติบโตช้า ปี 2569 ก็แสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อกลับขึ้นมาได้เร็ว จึงไม่ควรวางแผนระยะยาวจากตัวเลขช่วงสั้น

เงินเฟ้อทั่วไปกับเงินเฟ้อพื้นฐานต่างกันอย่างไร

เงินเฟ้อทั่วไปคิดจากราคาสินค้าและบริการทุกอย่างในตะกร้า ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานตัดอาหารสดและพลังงานออก เพราะราคาผันผวนมาก เงินเฟ้อพื้นฐานจึงสะท้อนแนวโน้มระยะยาวได้ดีกว่า

เงินเฟ้อส่วนตัวอาจไม่เท่ากับตัวเลขทางการได้ไหม

ได้ ตะกร้าสินค้าของแต่ละคนต่างกัน คนที่ใช้จ่ายด้านการศึกษาหรือสุขภาพมาก อาจเจอเงินเฟ้อส่วนตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ย ลองเทียบค่าใช้จ่ายจริงของตัวเองย้อนหลัง 3 ถึง 5 ปี

ซื้อทองคำอย่างเดียวพอไหม

ไม่พอ ทองคำช่วยกระจายความเสี่ยงได้ แต่ไม่มีดอกเบี้ยหรือปันผล และราคาอาจไม่เพิ่มตามเงินเฟ้อในทุกช่วง นิยมถือเป็นส่วนน้อยของพอร์ต

เกษียณแล้วยังต้องลงทุนหุ้นอยู่ไหม

ควรมีส่วนหนึ่ง เพราะชีวิตหลังเกษียณอาจยาว 20 ถึง 30 ปี เงินเฟ้อยังทำงานตลอดช่วงนั้น แต่ควรลดสัดส่วนลงและเก็บเงินใช้ 1 ถึง 2 ปีไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย

Checklist ปรับพอร์ตรับมือเงินเฟ้อ

  • คำนวณค่าใช้จ่ายในอนาคตด้วยเงินเฟ้อ 3% และ 4%
  • ตรวจว่าเงินออมส่วนไหนได้ผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเฟ้อ
  • แยกเงินสำรองฉุกเฉิน 3 ถึง 6 เดือนออกมาก่อน
  • แบ่งเงินตามเวลาที่จะใช้ สั้น กลาง ยาว
  • ตั้งสัดส่วนหุ้นและตราสารหนี้ตามอายุและความเสี่ยงที่รับได้
  • ตั้งตัดเงินลงทุนอัตโนมัติทุกเดือน
  • เพิ่มยอดออมทุกครั้งที่เงินเดือนขึ้น
  • ปรับสัดส่วนพอร์ตปีละครั้ง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • ฐานเศรษฐกิจ, น้ำมัน อาหารสด ดันเงินเฟ้อเดือน ก.ย. พุ่ง 2.82%: thansettakij.com
  • Policy Watch, เงินเฟ้อ ม.ค. 69 ติดลบ 0.66%: policywatch.thaipbs.or.th
  • InfoQuest, ครม. เห็นชอบเป้าหมายนโยบายการเงินปี 69: infoquest.co.th
  • TheGlobalEconomy, Thailand Inflation annual: theglobaleconomy.com
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย, การออกจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ล่าสุด: bot.or.th

คำเตือน

ตัวเลขในบทความนี้มาจากโมเดลจำลองที่สมมติเงินเฟ้อและผลตอบแทนคงที่ทุกปี เพื่อให้เห็นภาพผลกระทบในระยะยาว ไม่ใช่การพยากรณ์หรือผลตอบแทนที่รับประกัน สัดส่วนพอร์ตเป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

เงินเฟ้อ, เงินเฟ้อทบต้น, คำนวณเงินเฟ้อ, ผลตอบแทนที่แท้จริง, จัดพอร์ตลงทุน, วางแผนเกษียณ, เงินออม