สินเชื่อส่วนบุคคล 2569: เกณฑ์อนุมัติ วิธีคำนวณ DSR และเทคนิคกู้ให้ผ่าน

สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเงินกู้ที่ไม่ต้องใช้หลักประกันหรือคนค้ำ จึงเข้าถึงง่ายกว่าสินเชื่อประเภทอื่น แต่ปี 2569 สถาบันการเงินคัดกรองผู้กู้เข้มงวดขึ้นชัดเจน หลายคนยื่นแล้วไม่ผ่านโดยไม่รู้ว่าติดตรงไหน บทความนี้อธิบายเกณฑ์ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด วิธีคำนวณ Debt Service Ratio (DSR) ด้วยตัวเอง เทคนิคเตรียมตัวก่อนยื่น และข้อควรระวังที่ต้องรู้ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าควรกู้หรือไม่ กู้เท่าไร และกู้ที่ไหน

Table of Contents

เกณฑ์ ธปท. ที่ทุกสถาบันการเงินต้องใช้

วงเงินกู้สูงสุดผูกกับรายได้

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของ ธปท. มีเพดานวงเงินชัดเจน ถ้ารายได้หรือเงินหมุนเวียนเข้าบัญชีเฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 30,000 บาท จะได้วงเงินไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ต่อผู้ให้บริการหนึ่งราย และมีได้สูงสุดไม่เกิน 3 ผู้ให้บริการ ถ้ารายได้ตั้งแต่ 30,000 บาทขึ้นไป วงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 เท่าของรายได้ ดูรายละเอียดทางการได้ที่หน้าสินเชื่อส่วนบุคคลของ ธปท.

ตัวอย่างเช่น รายได้ 20,000 บาท จะได้วงเงินต่อแห่งไม่เกิน 30,000 บาท ส่วนรายได้ 50,000 บาท จะได้สูงสุดไม่เกิน 250,000 บาท แต่นี่คือเพดาน ไม่ใช่วงเงินที่ได้จริง สถาบันการเงินแต่ละแห่งอาจกำหนดต่ำกว่านั้นตามความเสี่ยงของผู้กู้

ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี

เพดานดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับอยู่ที่ 25% ต่อปีแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ตามประกาศ ธปท. ที่ สนส. 12/2563 ใครถูกเรียกเก็บเกินกว่านี้ หรือถูกคิดดอกเบี้ยแบบรายวันที่คำนวณแล้วเกิน ควรสงสัยว่าเป็นเงินกู้นอกระบบ

ต้องแสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง

ธปท. กำหนดให้ผู้ให้บริการแสดง Effective Interest Rate (EIR) ทั้งต่ำสุดและสูงสุด พร้อมวิธีคิดค่างวดและดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา ตัวอย่างที่ ธปท. ยกไว้คือ กู้ 10,000 บาท ดอกเบี้ย 25% ต่อปี ผ่อน 5 ปี เสียดอกเบี้ยรวม 7,200 บาท ค่างวดเดือนละ 300 บาท ถ้าโฆษณาบอกแค่ดอกเบี้ยเริ่มต้นหรือผ่อนวันละไม่กี่บาท ให้ขอดูตัวเลขเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ

วิธีคำนวณ DSR ภาระหนี้ต่อรายได้ ด่านที่ผู้กู้ตกบ่อยที่สุด

DSR คืออะไร

DSR คือสัดส่วนค่างวดหนี้ทุกก้อนต่อรายได้ต่อเดือน สถาบันการเงินใช้ตัวเลขนี้วัดว่าคุณยังมีเงินเหลือพอจ่ายหนี้ใหม่หรือไม่ สูตรคือ

DSR = ค่างวดหนี้ทั้งหมดต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน × 100

ค่างวดหนี้รวมทุกอย่าง ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ยอดขั้นต่ำบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลเดิม และผ่อนสินค้า รวมถึงค่างวดของสินเชื่อใหม่ที่กำลังจะขอ

ตัวอย่างคำนวณจริง

สมมติเงินเดือน 30,000 บาท ผ่อนรถเดือนละ 7,000 บาท และขั้นต่ำบัตรเครดิต 1,500 บาท DSR ปัจจุบันคือ 8,500 ÷ 30,000 × 100 เท่ากับประมาณ 28%

ถ้าต้องการกู้ 150,000 บาท ผ่อน 48 เดือน ดอกเบี้ย 15% ต่อปี ค่างวดจะอยู่ที่ประมาณ 4,175 บาท DSR ใหม่จะเป็น (8,500 + 4,175) ÷ 30,000 × 100 เท่ากับประมาณ 42%

DSR เท่าไรถึงผ่าน

ธปท. ไม่ได้กำหนดเพดาน DSR ตายตัวสำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล แต่ละสถาบันการเงินตั้งเกณฑ์ภายในเอง โดยทั่วไปคนรายได้น้อยจะถูกกำหนด DSR ต่ำกว่าคนรายได้สูง เพราะต้องเหลือเงินใช้ชีวิต สำหรับการวางแผนของตัวเอง ถ้า DSR หลังกู้ไม่เกิน 40% ถือว่ายังปลอดภัย ถ้าเกิน 50% โอกาสถูกปฏิเสธสูงขึ้นมาก และชีวิตจะเริ่มตึงแม้จะได้รับอนุมัติ ตัวเลขนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่เกณฑ์ของสถาบันการเงินรายใด

วิธีลด DSR ก่อนยื่นกู้

วิธีที่ได้ผลเร็วที่สุดคือปิดหนี้ก้อนเล็กก่อนยื่น เช่น ผ่อนสินค้าที่เหลืออีกไม่กี่งวด หรือโปะบัตรเครดิตให้ยอดขั้นต่ำลดลง อีกวิธีคือขอระยะผ่อนนานขึ้น ค่างวดจะลดลงแต่ดอกเบี้ยรวมจะสูงขึ้น และวิธีสุดท้ายคือขอวงเงินเท่าที่จำเป็นจริง ไม่ใช่เต็มเพดาน

เกณฑ์อนุมัติที่สถาบันการเงินดูจริง

คุณสมบัติพื้นฐาน

ส่วนใหญ่กำหนดให้เป็นคนสัญชาติไทย อายุ 20 ถึง 60 ปี มีรายได้ประจำหรือรายได้ที่พิสูจน์ได้ และผ่านช่วงทดลองงานแล้ว ตัวอย่างเช่น ธนาคารไทยเครดิตกำหนดคุณสมบัติคนสัญชาติไทย อายุ 20 ถึง 60 ปี และเป็นพนักงานประจำ รายได้ขั้นต่ำแตกต่างกันตามผู้ให้บริการ บางแห่งเริ่มที่ 15,000 บาท บางแห่งรับรายได้ต่ำกว่านั้น

ประวัติในเครดิตบูโร

นี่คือด่านที่ตัดสินผลมากที่สุด สถาบันการเงินจะตรวจข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ว่าคุณเคยค้างชำระหรือไม่ มีหนี้กี่แห่ง ใช้วงเงินบัตรเครดิตเต็มหรือไม่ และช่วงนี้ยื่นกู้ถี่แค่ไหน ประวัติค้างชำระแม้ไม่กี่งวดในช่วง 1 ถึง 2 ปีล่าสุดส่งผลต่อการอนุมัติอย่างมาก

ความมั่นคงของรายได้

พนักงานประจำที่อายุงานนานและเงินเดือนเข้าบัญชีสม่ำเสมอได้เปรียบ ส่วนฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการต้องแสดงเงินหมุนเวียนในบัญชีย้อนหลังหลายเดือน ข้อดีของเกณฑ์ ธปท. คือเปิดให้ใช้เงินหมุนเวียนเข้าบัญชีแทนสลิปเงินเดือนได้ คนที่ไม่มีสลิปจึงยังมีโอกาส

วิธีขอสินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่าน เทคนิคที่ทำได้จริง

เตรียมเครดิตบูโรล่วงหน้า 3 ถึง 6 เดือน

ขอรายงานเครดิตของตัวเองก่อนยื่น ถ้าพบข้อมูลผิด ให้ยื่นขอแก้ไขกับเครดิตบูโรหรือเจ้าหนี้ ถ้ามีประวัติค้างชำระ ให้จ่ายตรงเวลาต่อเนื่องสักระยะก่อนยื่นใหม่ และพยายามใช้วงเงินบัตรเครดิตไม่เกินครึ่งหนึ่งของวงเงิน

ทำให้บัญชีเงินฝากดูดี

ถ้ามีรายได้หลายทาง ให้รวมเข้าบัญชีเดียวและปล่อยให้เงินหมุนเวียนต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงการถอนเงินจนเหลือศูนย์ทุกเดือน สเตทเมนต์ที่สม่ำเสมอ 6 เดือนขึ้นไปช่วยได้มาก โดยเฉพาะอาชีพอิสระ

อย่ายื่นหลายแห่งพร้อมกัน

การยื่นกู้แต่ละครั้งทำให้มีการตรวจเครดิตบูโร ถ้ายื่นหลายแห่งในเวลาใกล้กัน สถาบันการเงินอาจมองว่าคุณกำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนัก และปฏิเสธทั้งหมด ควรเลือก 1 ถึง 2 แห่งที่เหมาะที่สุด ถ้าไม่ผ่าน ให้ถามเหตุผลและแก้ก่อนยื่นใหม่

เลือกสถาบันการเงินให้ตรงกับโปรไฟล์

คนที่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารใดอยู่แล้วมักได้เงื่อนไขดีกว่าที่ธนาคารนั้น เพราะธนาคารเห็นรายได้จริง ส่วนคนที่ประวัติไม่แข็งแรงอาจมีโอกาสผ่านกับ Non-bank มากกว่า แม้ดอกเบี้ยจะสูงกว่า

กรอกข้อมูลตรงความจริงและครบถ้วน

ข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสาร เช่น ที่อยู่หรือรายได้ต่างกัน ทำให้ถูกปฏิเสธทันที เตรียมบัตรประชาชน สลิปเงินเดือนหรือหนังสือรับรองเงินเดือน และสเตทเมนต์ให้ครบก่อนยื่น

สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยต่ำ 2569 และกู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไหนดี

ช่วงดอกเบี้ยในตลาด

ดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลในตลาดปี 2569 กว้างมาก ขึ้นกับรายได้และความเสี่ยงของผู้กู้ ตัวอย่างเช่น สินเชื่อ Happy Cash ของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ โฆษณาดอกเบี้ยเริ่มต้น 8.88% ต่อปี ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ ไม่เกิน 1.5 ล้านบาท โดยอัตรานี้เป็นแคมเปญช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 สิงหาคม 2569 และอัตราจริงอยู่ระหว่าง 8.88% ถึง 25% ต่อปี ขณะที่ธนาคารไทยเครดิตกำหนดดอกเบี้ยปกติ 24.99% ต่อปีสำหรับรายได้ 15,000 ถึง 29,999 บาท และ 23.99% ต่อปีสำหรับรายได้ 30,000 ถึง 49,999 บาท

ข้อสังเกตคือ ดอกเบี้ยเริ่มต้นต่ำ ๆ มักให้กับผู้กู้รายได้สูงและประวัติดีเท่านั้น คนรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทส่วนใหญ่จะได้ดอกเบี้ยใกล้เพดาน 25% ตัวอย่างข้างต้นยกมาเพื่อให้เห็นช่วงราคา ไม่ใช่การแนะนำผู้ให้บริการรายใด

เปรียบเทียบประเภทผู้ให้บริการ

ธนาคารพาณิชย์มักให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่คัดกรองเข้มกว่า ธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน มีสินเชื่อสวัสดิการหรือโครงการเฉพาะกลุ่มที่ดอกเบี้ยต่ำเป็นระยะ ส่วน Non-bank อนุมัติง่ายกว่าแต่ดอกเบี้ยใกล้เพดาน สำหรับมนุษย์เงินเดือน ควรเช็กสวัสดิการเงินกู้ของบริษัทและสหกรณ์ออมทรัพย์ของที่ทำงานก่อน เพราะมักถูกกว่าทุกทางเลือกในตลาด

ใช้เครื่องมือเปรียบเทียบของ ธปท.

ก่อนเลือก ให้ใช้โปรแกรมเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ และโปรแกรมเปรียบเทียบค่าธรรมเนียม ของ ธปท. ซึ่งรวบรวมเงื่อนไขของผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับไว้ในที่เดียว

ข้อควรระวังก่อนกู้สินเชื่อส่วนบุคคล

ถามตัวเองก่อนว่าควรกู้หรือไม่

เงินกู้ส่วนบุคคลเหมาะกับค่าใช้จ่ายจำเป็นที่มีแผนคืนชัดเจน เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าซ่อมแซมบ้านเร่งด่วน ไม่เหมาะกับการซื้อของฟุ่มเฟือยหรือการนำไปลงทุนเก็งกำไร เพราะดอกเบี้ยสูงกว่าผลตอบแทนที่คาดหวังได้ส่วนใหญ่

ระวังแอปเงินกู้เถื่อนและมิจฉาชีพ

สัญญาณอันตรายคือ ขอให้โอนค่าธรรมเนียมหรือค่าประกันก่อนรับเงิน ขอเข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ หรือเสนออนุมัติทันทีโดยไม่ตรวจเครดิต ให้ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตที่หน้าเช็กแอปเงินกู้ของ ธปท. ทุกครั้งก่อนกรอกข้อมูลส่วนตัว

อ่านสัญญาให้ครบ

ดูอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดสัญญา ค่าธรรมเนียมผิดนัด และประกันที่ถูกพ่วงมาโดยไม่จำเป็น ข่าวดีคือ ธปท. ห้ามคิดค่าปรับชำระหนี้ก่อนกำหนดสำหรับสินเชื่อรายย่อย ถ้ามีเงินก้อนเมื่อไรจึงโปะหรือปิดได้ทันทีโดยไม่เสียค่าปรับ

อย่ากู้เพื่อจ่ายหนี้เดิมซ้ำ ๆ

ถ้าต้องกู้ก้อนใหม่เพื่อจ่ายค่างวดก้อนเก่า นั่นคือสัญญาณว่าภาระเกินตัวแล้ว ทางที่ถูกคือติดต่อเจ้าหนี้ขอปรับโครงสร้างหนี้ หรือโทรปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) สายด่วน 1213

คำถามที่พบบ่อย

เงินเดือน 15,000 บาท กู้ได้เท่าไร

ตามเกณฑ์ ธปท. ได้ไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ต่อผู้ให้บริการหนึ่งแห่ง หรือไม่เกิน 22,500 บาท และมีได้ไม่เกิน 3 แห่ง แต่ผู้ให้บริการแต่ละรายอาจให้ต่ำกว่านี้หรือกำหนดรายได้ขั้นต่ำสูงกว่านี้

DSR เท่าไรถึงกู้ผ่าน

ไม่มีเกณฑ์กลางตายตัว แต่ละสถาบันการเงินกำหนดเอง ถ้า DSR หลังกู้ไม่เกินประมาณ 40% โอกาสผ่านสูงและยังใช้ชีวิตได้สบาย ถ้าเกิน 50% โอกาสถูกปฏิเสธสูงขึ้นมาก

ไม่มีสลิปเงินเดือน กู้ได้ไหม

ได้ เกณฑ์ ธปท. อนุญาตให้ใช้เงินหมุนเวียนเข้าบัญชีเฉลี่ยต่อเดือนแทนรายได้ ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการควรเตรียมสเตทเมนต์ย้อนหลังอย่างน้อย 6 เดือน

เคยค้างชำระ จะกู้ได้อีกไหม

ขึ้นกับว่าค้างนานแค่ไหนและผ่านมานานเท่าไร ถ้าปัจจุบันชำระตรงเวลาต่อเนื่องแล้ว โอกาสจะค่อย ๆ ดีขึ้น ถ้ายังเป็นหนี้เสียอยู่ ควรแก้หนี้เดิมก่อนยื่นกู้ใหม่

ปิดสินเชื่อก่อนกำหนดเสียค่าปรับไหม

ไม่เสีย ธปท. ห้ามคิดค่าปรับชำระหนี้ก่อนกำหนดสำหรับสินเชื่อรายย่อย ยกเว้นกรณีรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านใน 3 ปีแรก

ดอกเบี้ย 25% ต่อปีแปลว่าเสียดอกเบี้ย 25% ของเงินต้นใช่ไหม

ไม่ใช่ เป็นอัตราแบบลดต้นลดดอก ดอกเบี้ยคิดจากเงินต้นคงเหลือ ซึ่งลดลงทุกงวด ดอกเบี้ยรวมจึงขึ้นกับระยะผ่อน ยิ่งผ่อนนาน ดอกเบี้ยรวมยิ่งสูง

สรุป

การกู้สินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่านในปี 2569 ไม่ได้ขึ้นกับโชค แต่ขึ้นกับตัวเลขสามตัว คือ รายได้ที่พิสูจน์ได้ ประวัติในเครดิตบูโร และ DSR หลังกู้ เตรียมทั้งสามอย่างให้ดีก่อนยื่น เลือกผู้ให้บริการที่ตรงกับโปรไฟล์ กู้เท่าที่จำเป็น และเช็กใบอนุญาตทุกครั้ง ข้อมูลในบทความนี้เป็นไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล เงื่อนไขและดอกเบี้ยของผู้ให้บริการแต่ละรายเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการโดยตรงก่อนยื่นกู้

Tags: สินเชื่อส่วนบุคคล, วิธีขอสินเชื่อส่วนบุคคลให้ผ่าน, สินเชื่อส่วนบุคคลดอกเบี้ยต่ำ 2569, วิธีคำนวณ DSR ภาระหนี้ต่อรายได้, กู้สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไหนดี, ข้อควรระวังก่อนกู้สินเชื่อส่วนบุคคล, DSR คืออะไร, เครดิตบูโร, เงินกู้ไม่ต้องค้ำ, สินเชื่อเงินสด, แอปเงินกู้ถูกกฎหมาย, ธปท.