สำรวจการออมและลงทุนมนุษย์เงินเดือน 2569: เงินสำรองพอใช้กี่เดือน? สถิติการออมเงินล่าสุด

ถ้าวันพรุ่งนี้เงินเดือนหยุดเข้า คุณจะอยู่ได้กี่เดือน สถิติการออมเงินล่าสุดของคนไทยปี 2569 ให้คำตอบที่น่ากังวล เพราะคนส่วนใหญ่มีเงินสำรองไม่ถึง 3 เดือน และจำนวนไม่น้อยไม่มีเลย บทความนี้รวบรวมผลสำรวจการเงินส่วนบุคคล 2569 และผลสำรวจล่าสุดจากธนาคารใหญ่ มาสรุปให้เห็นว่ามนุษย์เงินเดือนไทยออมเท่าไร ลงทุนอะไร ติดปัญหาตรงไหน และที่สำคัญคือวิธีเช็กว่าเงินสำรองของคุณเองพอหรือยัง

Table of Contents

สถิติเงินสำรองฉุกเฉิน มนุษย์เงินเดือน 2569 อยู่ได้กี่เดือน

ผลสำรวจล่าสุด 7 ใน 10 มีเงินสำรองไม่ถึง 3 เดือน

ข้อมูลที่ใหม่ที่สุดมาจากผลสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทย ปี 2569 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งแถลงเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 โดยถามตรง ๆ ว่าเงินเก็บยามฉุกเฉินตอนนี้มีพอใช้กี่เดือน คำตอบคือ 27.8% ไม่เคยเก็บออมเลย 24.3% เคยมีเหลือเก็บแต่ตอนนี้ไม่พอ 20.4% มีพอใช้ไม่ถึง 3 เดือน 13.0% มีพอใช้ 3 ถึง 6 เดือน และ 14.5% มีพอใช้ 6 เดือนขึ้นไป

เมื่อบวกสามกลุ่มแรกเข้าด้วยกัน จะได้ราว 72.5% ที่มีเงินสำรองไม่ถึง 3 เดือน หรือไม่มีเลย มีเพียงประมาณ 27.5% เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 3 เดือนที่นักวางแผนการเงินแนะนำ

เงินออมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน

แนวโน้มก็ไม่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับปีก่อน กลุ่มตัวอย่าง 42.6% ไม่มีเงินเก็บออมเลย 24.0% ออมเท่าเดิม 22.6% ออมลดลง และมีเพียง 10.8% ที่ออมเพิ่มขึ้น ตัวเลขนี้สอดคล้องกับข้อมูลฝั่งมนุษย์เงินเดือนโดยตรงจากธนาคารทหารไทยธนชาต ที่ นริศ สถาผลเดชา ประธานกลุ่มงาน Data และ Analytics ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยเมื่อปลายปี 2568 ว่า 70% ของมนุษย์เงินเดือนยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉินพอใช้ต่อเนื่อง 3 ถึง 6 เดือนหากตกงาน และ 80% มีความคุ้มครองทางการเงินไม่เพียงพอหากเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุไม่คาดฝัน

อัตราการออมเฉลี่ยคนไทย มนุษย์เงินเดือนเก็บได้กี่เปอร์เซ็นต์

ส่วนใหญ่ออมไม่ถึง 10% ของรายได้

ข้อมูลเดียวกันจากทีเอ็มบีธนชาตพบว่า 77% ของมนุษย์เงินเดือนออมเงินไม่ถึง 10% ของรายได้ต่อเดือน ทั้งที่ จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) แนะนำให้ยึดหลักออมก่อนใช้ และออมอย่างน้อย 10% ของรายได้ พูดง่าย ๆ คือ ขั้นต่ำที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ กลายเป็นเพดานที่คนส่วนใหญ่ยังไปไม่ถึง

รายได้สูงก็ไม่ได้แปลว่าออมเก่ง

ข้อมูลที่ทำให้หลายคนแปลกใจคือ 32% ของคนที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อเดือน ยังใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน และอีก 16% มีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ปัญหาการออมจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขเงินเดือนอย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างรายจ่ายและภาระหนี้

ปัญหาเงินไม่พอใช้ มนุษย์เงินเดือน เกิดจากอะไร

หนี้กินพื้นที่เงินออม

ข้อมูลของทีเอ็มบีธนชาตจากฐานมนุษย์เงินเดือนราว 96,000 คนพบว่า 82% มีหนี้ ส่วนใหญ่เป็นหนี้ส่วนบุคคลและบัตรเครดิตถึง 53% ตามด้วยหนี้รถ 17% และหนี้บ้าน 15% ที่น่ากังวลคือ 65% ของคนที่มีหนี้เลือกจ่ายแค่ขั้นต่ำ ทำให้เงินต้นลดช้าและดอกเบี้ยกินเงินที่ควรกลายเป็นเงินออม

รายได้เดียวต้องเลี้ยงหลายปาก

ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปี 2569 ชี้อีกปัจจัยที่มักถูกมองข้าม ครัวเรือนส่วนใหญ่มีคนหารายได้เพียง 1 ถึง 2 คน แต่ต้องดูแลสมาชิกที่ไม่มีรายได้ 3 ถึง 5 คน คิดเป็นสัดส่วนถึง 45% และกลุ่มที่เดือดร้อนที่สุดคือครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องส่งเงินให้พ่อแม่หรือดูแลญาติ นี่คือเหตุผลว่าทำไมการออมตามสูตรทั่วไปจึงยากกว่าที่ตำราบอก

ค่าครองชีพที่วิ่งเร็วกว่าเงินเดือน

ช่วงปี 2569 ราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 40 บาทต่อลิตรตั้งแต่ปลายไตรมาสแรก และยังทรงตัวสูง ส่งผลให้สภาพคล่องของครัวเรือนไม่ดีขึ้น และการก่อหนี้ส่วนใหญ่เป็นไปเพื่อใช้จ่ายหมุนเวียนในครอบครัว เงินที่เคยเหลือเก็บจึงถูกดึงไปจ่ายค่าเดินทางและค่ากินอยู่

พฤติกรรมการออมของคนรุ่นใหม่ Gen Z และ Gen Y

คนรุ่นใหม่ออมเป็น แต่ยังมีช่องโหว่

ภาพจำว่าคนรุ่นใหม่ใช้เงินเก่งไม่เก็บ อาจไม่ถูกทั้งหมด ผลสำรวจ Gen Z Finance Survey ของวิจัยกรุงศรี ซึ่งสำรวจคนอายุ 18 ถึง 30 ปีจำนวน 426 คนผ่านช่องทางออนไลน์ พบว่าราว 7 ใน 10 เก็บเงินหรือลงทุนทุกเดือน โดยเฉลี่ยออม 19% และลงทุน 8% ของรายได้ และเป้าหมายการออมอันดับหนึ่งคือเงินไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม ควรอ่านตัวเลขนี้อย่างระมัดระวัง เพราะเป็นแบบสอบถามออนไลน์ที่ผู้ตอบเลือกเข้ามาเอง จึงมีแนวโน้มได้คนที่สนใจเรื่องการเงินอยู่แล้ว และสำรวจเมื่อต้นปี 2568 ตัวเลขจริงของคนรุ่นใหม่ทั้งประเทศน่าจะต่ำกว่านี้

ใช้ก่อนมีความสุขกว่า คือจุดเสี่ยง

ผลสำรวจเดียวกันพบว่า 47% ของ Gen Z เห็นด้วยกับแนวคิดว่าใช้จ่ายตอนนี้มีความสุขกว่าเก็บออม และกลุ่มนี้มีโอกาสใช้ชีวิตเดือนชนเดือนหรือเงินไม่พอจ่ายมากกว่ากลุ่มที่นิยมออมก่อนราว 1.7 เท่า ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบยังกังวลว่าเงินเก็บไม่พอยามฉุกเฉิน และรายได้ไม่พอใช้จ่าย

อีกสัญญาณที่ต้องจับตาคือหนี้ของคนวัยเริ่มทำงาน ข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่อ้างในบทวิเคราะห์ของ Bnomics ธนาคารกรุงเทพ ระบุว่าคนไทยอายุ 20 ถึง 35 ปีราว 52.7% มีหนี้ และกลุ่มนี้มีสัดส่วนหนี้เสียสูงถึง 27% การออมที่ดูดีในแบบสำรวจจึงอาจถูกหักล้างด้วยหนี้ก้อนเล็กที่ซ้อนกันอยู่

คนรุ่นใหม่ลงทุนอะไร และควรเรียงลำดับอย่างไร

เงินฝากยังเป็นหลัก หุ้นและกองทุนตามมา

ในการสำรวจของวิจัยกรุงศรี 80% ของ Gen Z เก็บเงินในบัญชีธนาคาร ขณะที่ 26% ลงทุนในพันธบัตร หุ้น หรือกองทุนรวม ผู้หญิงนิยมออมทองคำมากกว่าเพศอื่น ส่วนผู้ชายมักถือเงินสดและลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตมากกว่า และที่น่าสนใจคือ Gen Z ส่วนใหญ่แยกเงินออมกับเงินลงทุนออกจากกันอย่างชัดเจน

ลำดับที่ถูกต้อง เงินสำรองก่อน ลงทุนทีหลัง

ปัญหาที่พบบ่อยคือหลายคนเริ่มลงทุนหุ้น ทองคำ หรือคริปโต ก่อนจะมีเงินสำรองฉุกเฉิน เมื่อเกิดเหตุจำเป็น ต้องขายสินทรัพย์ในจังหวะที่ราคาตก หรือต้องไปกดเงินสดจากบัตรเครดิต ลำดับที่ปลอดภัยกว่าคือ ปิดหนี้ดอกเบี้ยสูงก่อน สร้างเงินสำรองให้ได้อย่างน้อย 3 เดือน แล้วจึงแบ่งเงินส่วนที่เหลือไปลงทุนระยะยาว

เงินสำรองฉุกเฉินควรมีกี่เดือน คำนวณเองได้ใน 3 ขั้น

ขั้นที่ 1 หาค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน

รวมเฉพาะรายจ่ายที่ตัดไม่ได้ เช่น ค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำไฟ ค่าผ่อนหนี้ขั้นต่ำ เบี้ยประกัน และเงินที่ต้องส่งให้ครอบครัว ไม่ต้องรวมค่าท่องเที่ยวหรือช้อปปิ้ง

ขั้นที่ 2 เลือกจำนวนเดือนให้เหมาะกับตัวเอง

พนักงานประจำที่รายได้สม่ำเสมอ ตั้งเป้า 3 ถึง 6 เดือน ถ้าเป็นคนหารายได้หลักคนเดียวของบ้าน ทำงานในธุรกิจที่เลิกจ้างบ่อย หรือมีคนในความดูแลหลายคน ควรขยับไปทาง 6 เดือนขึ้นไป ส่วนฟรีแลนซ์หรือคนรายได้ไม่แน่นอนควรมี 6 ถึง 12 เดือน

ขั้นที่ 3 หารแล้วดูว่าตัวเองอยู่ตรงไหน

ตัวอย่าง ค่าใช้จ่ายจำเป็นเดือนละ 18,000 บาท เป้าหมาย 3 เดือนคือ 54,000 บาท และ 6 เดือนคือ 108,000 บาท ถ้าตอนนี้มีเงินสดพร้อมใช้ 30,000 บาท แปลว่าอยู่ได้ประมาณ 1.7 เดือน ถ้าเงินเดือน 25,000 บาทและออมเดือนละ 10% หรือ 2,500 บาท จะใช้เวลาอีกราว 10 เดือนเพื่อไปถึง 3 เดือน

เก็บเงินสำรองไว้ที่ไหน

เงินสำรองต้องถอนได้เร็วและไม่เสี่ยงขาดทุน ตัวเลือกที่เหมาะคือบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง หรือกองทุนรวมตลาดเงิน ควรแยกบัญชีออกจากบัญชีเงินเดือนเพื่อไม่ให้เผลอใช้ และไม่ควรนำเงินก้อนนี้ไปลงหุ้น ทองคำ หรือคริปโต เพราะราคาอาจตกพอดีในวันที่ต้องใช้

เช็กลิสต์ลงมือทำต่อได้ทันที

เริ่มจากตั้งโอนเงินอัตโนมัติเข้าบัญชีเงินสำรองในวันที่เงินเดือนออก ต่อให้เริ่มที่ 5% ก็ดีกว่ารอให้มีเงินเหลือ จากนั้นจ่ายบัตรเครดิตมากกว่าขั้นต่ำทุกครั้ง เพราะการจ่ายขั้นต่ำคือเหตุผลหลักที่เงินออมไม่งอก

ต่อมาให้ตรวจสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานของสำนักงานประกันสังคม เพื่อรู้ว่าถ้าตกงานจะได้รับเงินทดแทนเท่าไรและนานแค่ไหน ตัวเลขนี้ช่วยให้คำนวณเงินสำรองที่ต้องมีจริงได้แม่นขึ้น สำหรับคนที่อยากเริ่มออมระยะยาวควบคู่ไปด้วย ลองดูทางเลือกอย่างกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญ

สุดท้าย ถ้าหนี้กินเงินเดือนจนเก็บออมไม่ได้เลย ให้แก้ที่หนี้ก่อน ติดต่อเจ้าหนี้ขอปรับโครงสร้าง หรือโทรปรึกษาศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ของ ธปท. ที่สายด่วน 1213

คำถามที่พบบ่อย

มนุษย์เงินเดือนควรมีเงินสำรองฉุกเฉินกี่เดือน

อย่างน้อย 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายจำเป็นต่อเดือน ถ้าเป็นรายได้หลักคนเดียวของบ้านหรือทำงานในธุรกิจที่ไม่มั่นคง ควรมี 6 เดือนขึ้นไป

คนไทยส่วนใหญ่มีเงินสำรองพอใช้กี่เดือน

จากผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยปี 2569 ราว 72.5% มีเงินสำรองไม่ถึง 3 เดือนหรือไม่มีเลย มีเพียงราว 27.5% ที่มีพอใช้ 3 เดือนขึ้นไป

ควรออมเงินกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน

ขั้นต่ำที่แนะนำคือ 10% ของรายได้ แต่ข้อมูลของทีเอ็มบีธนชาตพบว่า 77% ของมนุษย์เงินเดือนยังออมไม่ถึงระดับนี้ ถ้ายังทำไม่ได้ ให้เริ่มจากตัวเลขที่ทำได้จริงแล้วเพิ่มทีละ 1% ทุกครั้งที่ได้ขึ้นเงินเดือน

ควรสร้างเงินสำรองก่อน หรือลงทุนก่อน

สร้างเงินสำรองก่อน เพราะถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างที่เงินทั้งหมดอยู่ในการลงทุน อาจต้องขายขาดทุนหรือไปกู้ดอกเบี้ยสูง เมื่อมีเงินสำรองครบ 3 เดือนแล้วจึงเริ่มแบ่งเงินไปลงทุนระยะยาว

มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ ควรเก็บเงินสำรองไหม

ควรเก็บก้อนเล็กไว้ก่อน เช่น หนึ่งเดือนของค่าใช้จ่าย เพื่อไม่ต้องรูดบัตรเพิ่มเมื่อมีเหตุจำเป็น จากนั้นทุ่มเงินส่วนเกินไปปิดหนี้ดอกเบี้ยสูง แล้วค่อยกลับมาเติมเงินสำรองให้ครบ

เงินสำรองฉุกเฉินควรเก็บไว้ที่ไหน

บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงหรือกองทุนรวมตลาดเงิน ที่ถอนได้เร็วและความเสี่ยงต่ำ แยกจากบัญชีใช้จ่ายประจำวัน

สรุป

สถิติการออมเงินปี 2569 บอกชัดว่า มนุษย์เงินเดือนไทยส่วนใหญ่ยังไม่มีเบาะรองรับเมื่อรายได้สะดุด ต้นเหตุไม่ได้มีแค่รายได้น้อย แต่รวมถึงหนี้ที่จ่ายแค่ขั้นต่ำ ภาระเลี้ยงดูครอบครัว และค่าครองชีพที่ขึ้นเร็วกว่าเงินเดือน ข่าวดีคือเงินสำรองเป็นเรื่องที่คำนวณได้และเริ่มได้วันนี้ รู้ค่าใช้จ่ายจำเป็น ตั้งเป้าจำนวนเดือน ตั้งโอนอัตโนมัติ แล้วค่อย ๆ เติมจนถึงเป้า ข้อมูลในบทความนี้เป็นไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะบุคคล

Tags: สถิติการออมเงิน, พฤติกรรมการออมของคนรุ่นใหม่, สถิติเงินสำรองฉุกเฉิน มนุษย์เงินเดือน, สำรวจการเงินส่วนบุคคล 2569, ปัญหาเงินไม่พอใช้ มนุษย์เงินเดือน, อัตราการออมเฉลี่ยคนไทย, เงินสำรองฉุกเฉิน, มนุษย์เงินเดือน, การออมเงิน 2569, Gen Z การเงิน, วางแผนการเงิน, กอช.