ผลตอบแทนสินทรัพย์ย้อนหลัง 10 ปี: หุ้น กองทุน ทองคำ อสังหาฯ คริปโทฯ อะไรชนะเงินเฟ้อจริง

ผลตอบแทนสินทรัพย์ย้อนหลังในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (ประมาณกันยายน 2559 ถึงกันยายน 2569) ให้บทเรียนที่ชัดเจนกว่าที่หลายคนคิด เงินที่ฝากธนาคารไว้เฉย ๆ แพ้เงินเฟ้อ หุ้นไทยแทบไม่ขยับ ขณะที่ทองคำและหุ้นสหรัฐฯ ทิ้งห่างเงินเฟ้อหลายเท่า และบิตคอยน์ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดแต่ก็เหวี่ยงแรงที่สุด บทความนี้สรุปตัวเลขแบบตรงไปตรงมา บอกว่าข้อมูลมาจากไหน ตัวไหนเป็นค่าประมาณ และปิดท้ายด้วยวิธีนำไปจัดพอร์ตของตัวเอง

Table of Contents

เงินเฟ้อไทย 10 ปี เส้นชัยที่ทุกสินทรัพย์ต้องข้าม

เงินเฟ้อสะสมราว 14% ในรอบทศวรรษ

ก่อนดูว่าอะไรชนะ ต้องรู้ก่อนว่าเส้นชัยอยู่ตรงไหน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยช่วงปี 2559 ถึง 2568 ส่วนใหญ่ต่ำกว่า 1.5% ต่อปี มีปีเดียวที่พุ่งแรงคือปี 2565 ราว 6% ส่วนปี 2568 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเงินเฟ้อทั่วไปติดลบเล็กน้อยที่ราว 0.1% และปี 2569 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยจะขึ้นมาที่ 2.8%

เมื่อคำนวณทบต้นทั้งช่วง ราคาสินค้าโดยรวมสูงขึ้นราว 14% หรือเฉลี่ยประมาณ 1.2 ถึง 1.3% ต่อปี แปลว่าเงิน 100,000 บาทเมื่อปี 2559 ต้องโตเป็นราว 114,000 บาทในวันนี้ จึงจะซื้อของได้เท่าเดิม ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ ธปท.

เงินฝากธนาคาร แพ้เงินเฟ้อตั้งแต่ต้น

วิจัยกรุงศรีระบุว่าดอกเบี้ยเงินฝากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยต่ำกว่า 0.5% ต่อปี เมื่อเทียบกับเงินเฟ้อราว 1.2% ต่อปี เงินฝากออมทรัพย์จึงให้ผลตอบแทนจริงติดลบประมาณ 0.7 ถึง 0.8% ต่อปี เงินฝากเหมาะเป็นที่พักเงินสำรองฉุกเฉิน แต่ไม่ใช่เครื่องมือสร้างความมั่งคั่ง

เปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุน 10 ปี ตารางสรุป

ตารางนี้เป็นค่าประมาณ คิดเป็นเงินบาท จากกันยายน 2559 ถึงปลายกันยายน 2569 ตัวเลขราคาจุดเริ่มต้นบางตัวเป็นการประมาณจากข้อมูลย้อนหลังที่ทราบอยู่ จึงควรใช้ดูภาพรวม ไม่ใช่ตัวเลขทางบัญชี

สินทรัพย์ ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (ประมาณ) ชนะเงินเฟ้อหรือไม่ ความผันผวน
เงินฝากออมทรัพย์ ต่ำกว่า 0.5% แพ้ ต่ำมาก
หุ้นไทย SET รวมปันผล ราว 3 ถึง 4% ชนะแบบฉิวเฉียด สูง
กองทุนหุ้นสหรัฐฯ S&P 500 ราว 12% ชนะขาด สูง
ทองคำแท่งในไทย ราว 12% ชนะขาด ปานกลางถึงสูง
อสังหาฯ กรุงเทพฯ ราคา+ค่าเช่า ราว 3 ถึง 6% ชนะเล็กน้อย ต่ำ แต่สภาพคล่องต่ำ
บิตคอยน์ สูงกว่า 50% ชนะขาด สูงมาก

ผลตอบแทนทองคำย้อนหลัง 10 ปี ดาวเด่นของทศวรรษ

ตัวเลขจริงของทองคำแท่งไทย

เมื่อปี 2559 ทองคำแท่งในไทยซื้อขายราวบาทละ 20,000 ถึง 21,000 บาท สองปีก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน 2567 ราคาขายออกอยู่ที่ราว 40,450 บาท และล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 65,900 บาท

คิดเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นราว 3.1 ถึง 3.3 เท่าในรอบ 10 ปี หรือเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปี ผลตอบแทนทองคำย้อนหลัง 10 ปีจึงชนะเงินเฟ้อไทยเกือบ 10 เท่า โดยเฉพาะช่วงสองปีหลังที่ราคาพุ่งแรงจากธนาคารกลางทั่วโลกเข้าซื้อทองและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ดูราคาอ้างอิงรายวันได้ที่สมาคมค้าทองคำ

ทองไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด

ความเชื่อที่ว่าทองคำผันผวนน้อยกว่าหุ้นไม่จริงเสมอไป ข้อมูลที่ฐานเศรษฐกิจรวบรวมเมื่อกลางปี 2569 พบว่าในรอบ 1 ปี ทองคำเคยปรับลงสูงสุด 22.36% ขณะที่ S&P 500 ลดลงสูงสุดเพียง 7.49% และทองก็เคยมีทศวรรษที่แย่ ในช่วงปี 2011 ถึง 2020 S&P 500 ให้ผลตอบแทนรวม 256% ขณะที่ทองคำติดลบ 3% ใครซื้อทองที่จุดสูงสุดปี 2554 ต้องรอเกือบ 8 ปีกว่าจะเท่าทุน

สรุปผลตอบแทนหุ้นไทยย้อนหลัง ทศวรรษที่หายไป

SET แทบไม่ขยับในรอบ 10 ปี

ปลายเดือนกันยายน 2559 SET Index อยู่ราว 1,480 จุด สิบปีต่อมา ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 SET Index ปิดที่ 1,595.16 จุด ราคาเพิ่มขึ้นเพียงราว 8% ทั้งทศวรรษ หรือไม่ถึง 1% ต่อปี ถ้าไม่นับเงินปันผล หุ้นไทยแพ้เงินเฟ้อด้วยซ้ำ

สิ่งที่ช่วยหุ้นไทยไว้คือเงินปันผล ตลาดหุ้นไทยจ่ายปันผลเฉลี่ยราว 3% ต่อปี เมื่อรวมปันผลที่นำไปลงทุนต่อ ผลตอบแทนรวมจึงอยู่ราว 3 ถึง 4% ต่อปี ซึ่งชนะเงินเฟ้อแบบไม่ห่างนัก

ปี 2569 หุ้นไทยฟื้นแรง

ข่าวดีคือปีนี้หุ้นไทยกลับมา SET Index ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 26.6% จากสิ้นปี 2568 แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นการฟื้นจากฐานต่ำ ต้นปี SET Index เปิดวันแรกที่ 1,271.72 จุด ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับอดีต ตรวจสอบดัชนีล่าสุดได้ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนรวม หุ้นต่างประเทศชนะหุ้นไทย

กองทุน S&P 500 เป็นตัวอย่างที่ชัด

กองทุนรวมเป็นทางที่คนทั่วไปเข้าถึงหุ้นต่างประเทศได้ง่ายที่สุด ตัวอย่างเช่นกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500) ซึ่งเป็นกองทุนดัชนีที่ลงทุนตาม S&P 500 ข้อมูลจาก WealthMagik ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2569 ระบุว่าให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10 ปีที่ 12.00% ต่อปี ตัวเลขนี้คิดเป็นเงินบาทและหักค่าธรรมเนียมแล้ว ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่หน้าผลตอบแทนกองทุนบน Finnomena

ส่วนกองทุนหุ้นไทยส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือต่ำกว่าดัชนี SET รวมปันผล เพราะมีค่าธรรมเนียมราว 1 ถึง 2% ต่อปีกินผลตอบแทนอยู่ ใครอยากเทียบผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนรวมรายกลุ่ม ดูได้จากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ซึ่งเผยแพร่ผลตอบแทนเฉลี่ยของแต่ละประเภทกองทุน

ค่าธรรมเนียมคือศัตรูเงียบ

ส่วนต่างค่าธรรมเนียม 1% ต่อปีฟังดูน้อย แต่ในรอบ 10 ปีจะกินผลตอบแทนสะสมไปราว 10% ของเงินต้น ก่อนซื้อกองทุนควรดูค่าใช้จ่ายรวม (Total Expense Ratio) ในหนังสือชี้ชวนเสมอ

อสังหาริมทรัพย์ มั่นคงแต่ไม่หวือหวา

ราคาโตช้า ค่าเช่าเป็นตัวชูโรง

ข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ชี้ว่าราคาที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเติบโตช้า ตัวอย่างเมื่อไตรมาส 2 ปี 2567 ดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่เพิ่มขึ้น 1.5% และดัชนีราคาห้องชุดใหม่เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ราคาเพียงอย่างเดียวจึงแทบไม่ชนะเงินเฟ้อ

ผลตอบแทนหลักของอสังหาฯ มาจากค่าเช่า ซึ่งคอนโดในเมืองโดยทั่วไปให้ผลตอบแทนค่าเช่าก่อนหักค่าใช้จ่ายราว 3 ถึง 5% ต่อปี เมื่อหักค่าส่วนกลาง ภาษี ค่าซ่อม และช่วงห้องว่าง ผลตอบแทนสุทธิมักเหลือไม่มาก และขายออกยากเมื่อต้องการเงินด่วน ติดตามดัชนีราคาล่าสุดได้ที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์

คริปโทเคอร์เรนซี ผลตอบแทนสูงสุด ความเสี่ยงก็สูงสุด

บิตคอยน์ 10 ปี โตกว่าร้อยเท่า

เมื่อปี 2559 บิตคอยน์ซื้อขายราว 600 ดอลลาร์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ราคาอยู่ที่ราว 83,069 ดอลลาร์ คิดเป็นการเพิ่มขึ้นกว่า 130 เท่าในรอบทศวรรษ ไม่มีสินทรัพย์ไหนในบทความนี้เทียบได้

แต่ปีล่าสุดขาดทุนเกือบ 1 ใน 4

ความผันผวนคือราคาที่ต้องจ่าย ราคาล่าสุดนั้นลดลงราว 29,150 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อน หรือติดลบราว 26% และในอดีตบิตคอยน์เคยร่วงเกิน 70% มาแล้วหลายรอบ ใครซื้อที่จุดสูงสุดต้องทนเห็นพอร์ตหายไปมากกว่าครึ่ง ก่อนลงทุนควรศึกษาคำเตือนเรื่องสินทรัพย์ดิจิทัลจากสำนักงาน ก.ล.ต. และซื้อผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุด คำตอบที่ตรงที่สุด

ไม่มีสินทรัพย์ไหนชนะทุกทศวรรษ

ถ้าถามว่าอะไรคือสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีนี้ คำตอบตามตัวเลขคือทองคำและหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งให้ผลตอบแทนจริงหลังหักเงินเฟ้อราว 10% ต่อปีใกล้เคียงกัน แต่ทศวรรษก่อนหน้า ทองคำแพ้หุ้นอย่างขาดลอย และหุ้นไทยที่เคยเป็นดาวเด่นช่วงปี 2552 ถึง 2555 กลับแทบไม่ไปไหนในทศวรรษนี้

บทเรียนที่ได้คือ ผลตอบแทนในอดีตบอกได้ว่าอะไรเคยทำงาน แต่ไม่ได้รับประกันว่าทศวรรษหน้าจะเหมือนเดิม สิ่งที่ป้องกันเงินเฟ้อได้ดีที่สุดในระยะยาวจึงเป็นพอร์ตที่กระจายหลายสินทรัพย์ มากกว่าการเดิมพันสินทรัพย์เดียว

ตัวอย่างการจัดพอร์ตที่ทำตามได้เอง

เริ่มจากกันเงินสำรองฉุกเฉิน 3 ถึง 6 เดือนไว้ในบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงหรือกองทุนตลาดเงินก่อน จากนั้นแบ่งเงินลงทุนระยะยาวเป็นแกนหลักในกองทุนดัชนีหุ้นโลกหรือหุ้นสหรัฐฯ เสริมด้วยหุ้นไทยเพื่อรับปันผล ถือทองคำประมาณ 5 ถึง 15% ไว้เป็นกันชนยามวิกฤต และถ้าอยากมีคริปโท ให้จำกัดไว้ในสัดส่วนที่ต่อให้หายไปทั้งหมดก็ไม่กระทบชีวิต เช่นไม่เกิน 5%

วิธีที่ลดความเสี่ยงเรื่องจังหวะได้ดีคือการลงทุนสม่ำเสมอทุกเดือน (Dollar Cost Averaging) และปรับสัดส่วนพอร์ตกลับสู่เป้าหมายปีละครั้ง ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่านกองทุน SSF หรือ RMF ได้ด้วย ซึ่งช่วยเพิ่มผลตอบแทนสุทธิโดยไม่ต้องเพิ่มความเสี่ยง

คำถามที่พบบ่อย

สินทรัพย์ไหนให้ผลตอบแทนดีที่สุดในรอบ 10 ปี

บิตคอยน์ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดกว่าร้อยเท่า แต่ผันผวนสูงมาก หากพิจารณาสินทรัพย์หลักที่คนทั่วไปถือได้ ทองคำแท่งและกองทุนหุ้นสหรัฐฯ ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันราว 12% ต่อปี

ผลตอบแทนทองคำย้อนหลัง 10 ปีเป็นเท่าไร

ทองคำแท่งในไทยเพิ่มจากราวบาทละ 20,000 ถึง 21,000 บาทเมื่อปี 2559 มาอยู่ที่ราว 65,900 บาทในปลายเดือนกันยายน 2569 หรือเฉลี่ยประมาณ 12% ต่อปี

ทำไมหุ้นไทยให้ผลตอบแทนต่ำในรอบ 10 ปี

เศรษฐกิจไทยโตช้า บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจดั้งเดิม เช่น พลังงาน ธนาคาร ค้าปลีก ขาดหุ้นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนตลาดโลก และเงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่องหลายปี ผลตอบแทนส่วนใหญ่จึงมาจากเงินปันผล

ลงทุนทองคำตอนนี้ยังทันไหม

ไม่มีใครบอกจังหวะได้แน่นอน ราคาทองขึ้นมาแรงในสองปีล่าสุด และประวัติศาสตร์บอกว่าทองเคยซบเซายาวหลายปีหลังจุดสูงสุด ถ้าจะลงทุน ควรทยอยซื้อและถือในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ทุ่มเงินก้อนเดียว

เงินฝากธนาคารยังจำเป็นไหม

จำเป็นสำหรับเงินสำรองฉุกเฉินและเงินที่ต้องใช้ภายใน 1 ถึง 2 ปี แต่ไม่ควรเป็นที่เก็บเงินระยะยาว เพราะดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อ

ผลตอบแทนในอดีตใช้คาดการณ์อนาคตได้ไหม

ใช้ได้แค่ดูลักษณะของสินทรัพย์ เช่น ความผันผวนและพฤติกรรมในยามวิกฤต แต่ไม่ควรใช้คาดการณ์ผลตอบแทนทศวรรษหน้า ดังที่ทองคำแพ้หุ้นขาดลอยในทศวรรษก่อน และกลับมาชนะในทศวรรษนี้

สรุป

ผลตอบแทนสินทรัพย์ย้อนหลังรอบทศวรรษบอกว่า การถือเงินสดอย่างเดียวคือการยอมให้เงินเฟ้อกัดกร่อนความมั่งคั่งอย่างช้า ๆ ทองคำและหุ้นสหรัฐฯ ชนะเงินเฟ้อขาดลอย หุ้นไทยรอดได้เพราะปันผล อสังหาฯ มั่นคงแต่โตช้า และคริปโทให้ผลตอบแทนสูงสุดพร้อมความเสี่ยงที่สูงที่สุด ทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนทั่วไปคือกระจายการลงทุน ลงทุนสม่ำเสมอ และคุมค่าธรรมเนียม ข้อมูลในบทความนี้เป็นไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนเฉพาะบุคคล ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต

Tags: ผลตอบแทนสินทรัพย์ย้อนหลัง, ผลตอบแทนทองคำย้อนหลัง 10 ปี, สรุปผลตอบแทนหุ้นไทยย้อนหลัง, เปรียบเทียบผลตอบแทนการลงทุน, สินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุด, ผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนรวม, ลงทุนชนะเงินเฟ้อ, ราคาทองย้อนหลัง, SET Index, กองทุน S&P 500, บิตคอยน์, จัดพอร์ตลงทุน